Home นโยบายเร่งด่วน
นโยบายเร่งด่วน
1. นโนบายเร่งด่วน Print E-mail
Written by Administrator   

 

           ข้อ 1.1 การสร้างความเชื่อมั่นฯ  :  (ข้อ 1.1.2 )   จัดให้มีสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร *

           1.โครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
          
           ผลการดำเนินงาน

               สนับสนุนให้มีการเพิ่มการผลิตพยาบาลวิชาชีพให้เพียงพอกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งเป็นพยาบาลของท้องถิ่นและชุมชนอย่างแท้จริง  มีการสร้างความมั่นคง  รวมทั้งเป็นการสร้างอนาคตทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับบริการด้านสุขภาพที่ดีมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และกระทรวงสาธารณสุข กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ในการคัดเลือกนักเรียน การสนับสนุนการศึกษา การจัดทำข้อผูกพัน เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพที่สำเร็จการศึกษาปฏิบัติงานในภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง         โดยมีวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 25 แห่ง  ดำเนินการ ซึ่งมีผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกระทรวงสาธารณสุข และสภาการพยาบาล       พิจารณากำหนดแนวทางการแก้ปัญหาพยาบาลวิชาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการประสานให้ท้องถิ่นและ ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่  เพื่อเพิ่มการผลิตพยาบาลวิชาชีพให้เป็นพยาบาลของท้องถิ่นและชุมชน  2. มีการนำเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติคณะรัฐมนตรีในการสนับสนุนการเพิ่มการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มขึ้น มีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และกระทรวงสาธารณสุขประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.จัดทำแนวทางการคัดเลือกและดำเนินการคัดเลือกในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อดำเนินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ  4. มีการจัดทำสัญญาผูกพันการกลับเข้าปฏิบัติงานในท้องถิ่นโดยรัฐบาลพิจารณาจัดสรรอัตราตำแหน่งข้าราชการพลเรือนหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้เต็มจำนวนการผลิต   จำนวน 2,968 คน  และจะมีผู้สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2553  ทั้งสาขาการพยาบาลและการสาธารณสุข  โดยมีผลการใช้จ่ายงบประมาณคิดเป็น ร้อยละ 88

 

           2.โครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตสุขภาพจิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

           ผลการดำเนินงาน

              กระทรวงสาธารณสุข  โดยโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ สังกัดกรมสุขภาพจิต   รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตสุขภาพจิตในชายแดนใต้  เน้นการมีส่วนร่วมของหลายหน่วยงานในสังกัดร่วมรับผิดชอบดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ตามยุทธศาสตร์        มีผลการดำเนินงาน    ดังนี้   1. นิเทศการปฏิบัติงานนักจิตวิทยาด้านการดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ในศูนย์เยียวยาฟื้นฟูสุขภาพจิต 2. การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการทำงาน ด้านเด็กในการดูแลผู้ป่วยเด็กที่ได้รับผลกระทบจาก ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ 3. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรแกนนำเรื่องการดูแลเยียวยาจิตใจเด็ก ที่ได้รับผลกระทบจาก ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ (Advance) 4. การพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาในการดูแลผู้ป่วยเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ 5. การอบรมเทคนิคการบำบัดด้วยการเล่น (Play Therapy) 6. การอบรมเทคนิค การเยียวยาจิตใจเด็กด้วยละครบำบัด (Drama Therapy) 7. การอบรมการบำบัดความคิดและพฤติกรรม CBT เด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรง 8. การอบรมวิทยากรหลักสูตร “การเสริมสร้างพลังใจแก่สตรีผู้สูญเสีย” แก่บุคลากรสาธารณสุข       9. การสัมมนาเครือข่ายผู้บำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) 10. การประชุมพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานเยียวยาจิตใจในสถานการณ์วิกฤติเรื่องการบำบัดความคิดและพฤติกรรม 11. การอบรมหลักสูตรเฉพาะทางสาขาการพยาบาลสุขภาพจิต และจิตเวช (ระยะสั้น) 12. การพัฒนาปรับปรุงคู่มือการบำบัดด้วยเทคนิคการเล่นและละครบำบัดสำหรับเด็กที่ได้รับความรุนแรง(Child Trauma) 13. การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำคู่มือและหลักสูตรดูแลเด็ก 14. การผลิตสื่อเผยแพร่เทคโนโลยีเสริมทักษะและการเรียนรู้ในกลุ่มเด็ก 15. การอบรมการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (สำหรับบุคลากร รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์) 16.การอบรมเชิงฏิบัติการ การดูแลจิตใจในภาวะวิกฤตตามวิถีอิสลาม 17. การอบรมหลักสูตรการให้การปรึกษาขั้นพื้นฐาน (Basic Counseling) 18. การอบรมหลักสูตรการให้การปรึกษาในภาวะวิกฤต (Crisis Counseling) 19. การอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลด้านจิตใจ (PFA) 20. การอบรมหลักสูตร Resilience 21. การอบรมการฟื้นคืนสภาพ Resilience ของนักเรียนสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ 22. การประชุมปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมวิทยากรเรื่องการบำบัดความคิดและพฤติกรรม 23. โครงการจัดประชุมคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานเพื่อการดูแลเยียวยาจิตใจแก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ (ศปน.สจ.) 24. การประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบฐานข้อมูล VMS (การรายงาน/วิเคราะห์ประมวลผล) 25. การ Maintenance ปรับปรุงโปรแกรม 26. การสัมมนาพัฒนาเครือข่ายผู้รับผิดชอบระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ประมวลผลการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต VMS 27. อบรมเชิงปฏิบัติการการใช้เครื่องมือ (เวชระเบียนการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต Version 5) 28. อบรมเชิงปฏิบัติการใช้โปรแกรม VMS (Version 5) แก่นักจิตวิทยาในศูนย์ฟื้นฟูเยียวยา 29. สัมมนาติดตามประเมินผลระบบฐานข้อมูล/ระบบรายงานเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต โดยมีผลการดำเนินงาน คิดเป็นร้อยละ 70 จากเป้าหมาย

  

          ข้อ 1.1.7 เร่งลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศ : การลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างระบบบริการสุขภาพที่มุ่งสู่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ *

           3. โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

           ผลการดำเนินงาน

              กระทรวงสาธารณสุข  ดำเนินการโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  โดยจัดทำแผนงานโครงการจัดหาครุภัณฑ์และที่ดินสิ่งก่อสร้าง คำนึงถึงประโยชน์และความเหมาะสมของบริบทในพื้นที่โดยแบ่งการจัดหาครุภัณฑ์และที่ดินสิ่งก่อสร้าง แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ 1) การพัฒนาระบบบริการระดับปฐมภูมิ(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล) 2) การพัฒนาระบบบริการระดับทุติยภูมิ 3) การพัฒนาระบบบริการระดับตติยภูมิ 4) การพัฒนาบริการตติยภูมิศูนย์โรคหัวใจศูนย์โรคมะเร็งและเครือข่ายการบาดเจ็บ แห่งชาติ  และ 5) การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเครือข่ายบริการทุกระดับ  ซึ่งได้ดำเนินการประสานสำนักงบประมาณในการขออนุมัติวงเงินงบประมาณ  รวมทั้งได้ปรึกษาหารือกับสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อกำหนดกรอบครุภัณฑ์และราคา ครุภัณฑ์ เพื่อทำการจัดส่งให้สำนักงบประมาณ จัดทำการอนุมัติวงเงินงบประมาณตามโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อได้รับอนุมัติเงินตามโครงการฯ  กระทรวงสาธารณสุข  ได้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 กระทรวงสาธารณสุข ขึ้นเป็นการภายใน มีฐานะ เทียบเท่ากองในสำนักงานปลัดกระทรวง ตามคำสั่งกระทรวงที่114/2552 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2552 เพื่อการติดตามกำกับการดำเนินงานตามโครงการฯ ให้มีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใส  โดยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินงบประมาณ จำนวน 11,508,667,772 บาท

 

          ข้อ 1.2 การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน :  (ข้อ 1.2.10 ) ส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน      (อสม.) ทั่วประเทศให้ปฏิบัติงานเชิงรุก  ในการส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่นและชุมชน การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ การดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล และการเฝ้าระวังโรคในชุมชน โดยจัดให้มีสวัสดิการค่าตอบแทนให้แก่ อสม. เพื่อสร้างแรงจูงใจหนุนเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ *   

 

           4. โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม. เชิงรุก)

          ผลการดำเนินงาน

             1. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้จัดสรรงบประมาณ 7,029.67 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนให้แก่ อสม. คนละ 600 บาท จำนวน 976,343 คน เพื่อส่งเสริมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  (อสม.) ให้ปฏิบัติการเชิงรุก งานส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่นและชุมชน   โดยมีการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข  โดยการอบรมฟื้นฟูความรู้ และจัดทำหลักสูตรให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
อสม. ได้ดำเนินการดูแลสุขภาพกลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ 
                 1)  กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด โดยแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ไปฝากครรภ์ ครอบคลุมร้อยละ 94.90 และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการผิดปกติแล้วส่งต่อ ร้อยละ 4.14
                 2)  กลุ่มเด็กแรกเกิด – 6 ปี  อสม.ได้เยี่ยมและให้คำแนะนำแม่ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือน ครอบคลุมร้อยละ 78.18 และพบเด็กที่มีพัฒนาการไม่สมวัย     ร้อยละ 1.70
                 3) กลุ่มผู้สูงอายุ  อสม. ได้เยี่ยมและให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพในผู้สูงอายุ ครอบคลุมร้อยละ 58.51 พบผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ร้อยละ 22.8 เมื่อแบ่งผู้สูงอายุตามภาวะสุขภาพ ออกเป็น 3 กลุ่ม พบว่า
        กลุ่มที่ 1 สามารถดูแลตัวเองได้ ร้อยละ 67.67      กลุ่มที่ 2 สามารถดูแลตัวเองได้บ้าง ร้อยละ 18.36
และกลุ่มที่ 3 ชราภาพมากหรือทุพพลภาพ ร้อยละ 6.70
                 4)  กลุ่มผู้พิการ  อสม. ได้เยี่ยมและให้คำแนะนำ เรื่อง การดูแลสุขภาพผู้พิการ ครอบคลุมผู้พิการทั้งหมด  ร้อยละ 86.33
             2. จัดทำ “แผนสุขภาพตำบล” โดยสนับสนุนให้ทุกตำบลมีแผนสุขภาพ  ในเดือนกรกฎาคม 2553  และได้กำหนดให้แผนสุขภาพตำบลมีโครงการแก้ปัญหา อย่างน้อย 3 โครงการ
             3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดทำแผนสุขภาพตำบล โดยให้ แกนนำ อสม. ทุกอำเภอได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานระหว่างภาค
             4. การดำเนินงานตามโครงการในแผนสุขภาพตำบล  เริ่มเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2553 ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมแก้ปัญหาหรือพัฒนาสุขภาพตามโครงการในแผนสุขภาพตำบลที่ได้จัดทำไว้  รวมทั้งการพัฒนาตำบลต้นแบบ ให้เป็นโรงเรียนนวัตกรรมสุขภาพชุมชน จังหวัดละ 3 ตำบล
             5. จัดอบรม อสม./อสส. จำนวน 76,768 คน เพื่อการดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมชนทางการเมือง 6. อสม./อสส. ออกเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมชนทางการเมือง จำนวน 358,854 ครัวเรือน 7. อสม./อสส. ทำกิจกรรมสร้างพลังในชุมชน 2,991 โครงการ

            

           * หมายถึง นโยบาลรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ด้านสาธารณสุข

 


 

ข้อมูลโดย :: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์

พัฒนาโดย :: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข